กรมแผนที่ทหาร

กองบัญชาการกองทัพไทย

Get Adobe Flash player

พลโท กฤษณ์ รัมมนต์
เจ้ากรมแผนที่ทหาร

ค้นหา

สถิติการเข้าชม

792844
TodayToday573
YesterdayYesterday835
This WeekThis Week4051
This MonthThis Month14224
All DaysAll Days792844

จำนวนผู้ชมออนไลน์

เรามี 425 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

พยากรณ์อากาศ


รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสมัยเริ่มแรกของการพัฒนาประเทศอย่างกว้างขวางยิ่ง เพื่อให้ทันกับความจำเป็นของสถานการณ์ที่กำลังคุกคามต่อเอกราชของสยามในยุคนั้น  การทำแผนที่แผนใหม่ซึ่งต้องอาศัยหลักวิชาและอุปกรณ์เครื่องมือของประเทศฝ่ายตะวันตกก็ได้เริ่มขึ้นในรัชกาลนี้ด้วยเช่นกัน

หลักจากที่เสด็จประพาสรอบแหลมมลายู ชวาและอินเดีย ใน พ.ศ.2416 แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำ นายเฮนรี่ อลาบาสเตอร์ ที่เคยทำหน้าที่รองกงสุลอังกฤษในเมืองไทยมาก่อนนั้น กลับเข้ามารับราชการเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ด้วย

นายเฮนรี่ อลาบาสเตอร์ ได้กราบบังคมทูลถวายคำแนะนำในการทำนุบำรุงบ้านเมืองด้วยวิชาการสมัยใหม่หลายสาขา รวมทั้งวิชาการสำรวจและทำแผนที่ ซึ่งทรงเห็นว่ามีประโยชน์มาก ดังนั้นจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกองทำแผนที่ทดลองขึ้น ใน พ.ศ.2418 มี นายเฮนรี่  อลาบาสเตอร์ นั้นเองเป็นหัวหน้า มีกัปตันลอฟตัสเป็นผู้ช่วยร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอีก 4 นาย ได้แก่ ม.ร.ว.แดง  เทวาธิราช  นายทัด  ศิริสัมพันธ์  นายสุด  และ ม.ร.ว.เฉลิม  เริ่มสำรวจทำแผนที่ในกรุงเทพฯ  เพื่อตัดถนนเจริญกรุงและถนนอื่นๆ อีกหลายสาย  ต่อจากนั้นก็ได้ทำแผนที่วางสายโทรเลขไปยังพระตะบอง  และแผนที่บริเวณปากอ่าวสยาม  เพื่อประโยชน์ในการเดินเรือและเป็นแนวทางในการป้องกันฝั่งทะเล  เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการรุกรานจากต่างประเทศ

ครั้น  พ.ศ.2423  รัฐบาลอังกฤษได้ขออนุญาตรัฐบาลสยาม  เพื่อให้กองทำแผนที่  กรมทำแผนที่แห่งอินเดีย  ซึ่งมีกัปตัน เอช.ฮิล เป็นหัวหน้า  และนายเจมส์  เอฟแมคคาร์ธี  เป็นผู้ช่วย  เดินทางผ่านเข้ามาในประเทศสยามเพื่อดำเนินการวางโครงข่ายสามเหลี่ยมต่อเนื่องจากประเทศอินเดีย  ผ่านพม่า เข้าเขตประเทศสยามทางจังหวัดราชบุรี เพื่อเข้าบรรจบกับแผนที่ทางทะเลที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา  ทั้งขอสร้างหมุดหลักฐานทางแผนที่ภูเขาทอง  และที่พระปฐมเจดีย์  เพื่อใช้เป็นจุดตรวจสอบด้วย  ครั้งนั้นข้าราชการไทยหวั่นวิตกเป็นอันมาก  เนื่องจากได้สังเกตเห็นมาแล้วว่า  ประเทศนักล่าอาณานิคมมักขอเข้าสำรวจก่อน  แล้วจึงถือโอกาสเข้ายึดครองในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว  จึงทรงโปรดเกล้าฯ อนุโลมตามคำแนะนำของนายอลาบาสเตอร์  ที่ให้ยินยอมตามคำขอของรัฐบาลอังกฤษ  ทั้งทรงเห็นชอบด้วยกับการที่จะเจรจาทาบทามตัวพนักงานทำแผนที่อังกฤษเข้ามารับราชการเพื่อเป็นการวางรากฐานการทำแผนที่ของไทยเองด้วย   ผลที่สุดปรากฎว่า  นายเจมส์ เอฟ แมคคาร์ธี  ตกลงยินยอมเข้ารับราชการสยาม  นับแต่วันที่ 1  ตุลาคม พ.ศ.2424  โดยสังกัดฝ่ายพระกลาโหม ซึ่งมีหน้าที่บัญชาการหัวเมืองและทหารฝ่ายใต้ในขณะนั้น  แต่ผู้บังคับบัญชาโดยตรง  คือ  พระองค์เจ้าดิสวรกุมาร (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)  ผู้บัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก

ภารกิจของนายเจมส์  แมคคาร์ธี  ในระยะแรกได้แก่  การทำแผนที่เฉพาะกิจตามความต้องการของหน่วยราชการต่างๆ เช่น แผนที่ทางโทรเลขระหว่างระแหงถึงมะละแหม่ง  แผนที่วิวาทชายแดนระหว่างอำเภอรามันปัตตานี  กับเขตติดต่อแม่น้ำเประของอังกฤษ  และแผนที่แม่น้ำแม่ติ่น  แดนตากต่อเชียงใหม่  เพื่อประกอบกรณีพิพาทเรื่องเก็บค่าตอ  เป็นต้น  เจ้าหน้าที่กองสำรวจและทำแผนที่ระยะนี้  ก็ได้แก่  ข้าราชการในกรมทหารมหาดเล็กนั้นเอง

เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องใช้แผนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  จนกระทั้งกองทำแผนที่เพียงกองเดียว  ไม่สามารถรับภารกิจทั้งสิ้นได้  พระองค์เจ้าดิสวรกุมาร  จึงทรงได้รับพระราชโองการให้ตรัสเรียกนายแมคคาร์ธีมาปรึกษา  และร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนฝึกสอนชาวสยามให้ทำแผนที่ขึ้นในระยะปลายปี พ.ศ.2425 โดยเกณฑ์เอานายทหารรักษาพระองค์  30  นาย  เข้าเป็นนักเรียนรุ่นแรก  นายแมคคาร์ธี เข้ารับหน้าที่ เป็นครูใหญ่  มีนายเฮนรี่ นิโกเล  เป็นครูรอง  ทำการสอนภาคทฤษฎีที่ตึกแถวกองทหารมหาดเล็ก ข้างประตูพิมานไชยศรีในพระบรมมหาราชวังและนำนักเรียนออกมาฝึกทำแผนที่ทั้งในกรุงเทพฯ  และมณฑลอื่นๆ

โรงเรียนแผนที่ได้ดำเนินการมาได้ราวสามปี  ได้จำนวนผู้สำเร็จการศึกษามากพอที่จะตั้งหน่วยราชการขึ้นได้จึงได้ประกาศพระบรมราชโองการแยกเหล่านักสำรวจออกจากสังกัดกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์  ตั้งขึ้นเป็นกรมแผนที่ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2428  (ตรงกับวันพฤหัสบดี แรมเก้าค่ำ ปีระกา  สัปตศก จ.ศ.1247) นายแมคคาร์ธี ซึ่งได้รับพระราชทางยศและบรรดาศักดิ์  เป็นร้อยเอกพระวิภาคภูวดล  นั้น ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้ากรม  ขึ้นตรงต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โดยมีพระองค์เจ้าดิศวรกุมารเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ที่ทำการของกรมในระยะแรกนี้ตั้งอยู่ที่เดียวกับโรงเรียนแผนที่นั้นเอง การแบ่งส่วนราชการในยุคนั้นยังไม่ลงตัวนัก เจ้าหน้าที่กองทำแผนที่ซึ่งจะออกสำรวจพื้นที่ตามหัวเมืองระหว่างเดือนตุลาคมถึงต้นฤดูฝน แล้วกลับมาทำการ วาด เขียน ร่าง และพิมพ์แผนที่ในสำนักงานระหว่างฤดูฝนกับผู้ทำการสอนและเรียนในโรงเรียนแผนที่เป็นบุคคลชุดเดียวกัน ผลงานสำคัญที่ควรกล่าวถึงในช่วงนี้คือ การรวบรวมข้อมูลภูมิประเทศจัดทำแผนที่พระราชอาณาจักรสยามอย่างสมบูรณ์ ตลอดจนแผนที่มณฑลต่างๆ  ทั้งยังได้ทำการสำรวจวางโครงข่ายสามเหลี่ยมรอบเขตชายแดนไทยทางภาคเหนือ  ซึ่งต้องหยุดชะงักลงเมื่อเกิดกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกับประเทศฝรั่งเศสใน ร.ศ.112 (พ.ศ.2436)

ใน พ.ศ.2435  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่  โดยแยกงานออกเป็น 12 กระทรวง   กรมทำแผนที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพระคลังมหาสมบัติอยู่ระยะหนึ่ง  จึงได้โอนไปสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ  งานทำแผนที่ในระยะนี้จึงหนักไปในด้านทำแผนที่โฉนด  แผนที่การใช้ที่ดินในมณฑลต่างๆ  เพื่อประโยชน์ในทางการปกครอง  การเก็บภาษีอากร  และการพิจารณาคดีเกี่ยวกับที่ดิน  นาย อาร์ ดับลิว กิบลิน  เจ้ากรมแผนที่คนที่ 2 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการคิดหารูปแบบโฉนดที่ยากแก่การปลอมแปลง  โดยอาศัยระบบทะเบียนที่ดินแบบทอร์เรนส์  และกรมแผนที่เป็นผู้พิมพ์โฉนดดังกล่าวเอง

ที่ทำการของกรมแผนที่  ได้ย้ายจากที่เดิมไปอยู่กรมทหารม้ารักษาพระองค์  โรงทหารม้า  เมื่อ พ.ศ.2436  แต่ในปีถัดนั้นมาเองก็ย้ายไปอยู่ที่อาคารในสวนสุนันทาลัยปากคลองตลาด  และคงอยู่  ณ ที่นี้มาจนกระทั่ง  พ.ศ.2474  ส่วนโรงเรียนแผนที่เมื่อย้ายออกจากพระบรมมหาราชวังแล้วก็ตั้งอยู่ที่อาคารในวังสระประทุม  ซึ่งได้ใช้เป็นสาขาของกรมแผนที่ด้วยอีกโสดหนึ่ง  และยังย้ายสาขาตั้งโรงเรียนแผนที่ขึ้นตามหัวเมือง  เช่น พิษณุโลก  ปราจีนบุรี  อยุธยา ฯลฯ (ในระหว่าง พ.ศ.2442 – 2447) ใช้เป็นศูนย์การทำแผนที่ภูมิภาคด้วยในตัว  เพื่อที่จะไม่ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ทุกครั้งไป

กรมทำแผนที่ขึ้นอยู่ในกระทรวงเกษตราธิการจนกระทั่งถึง 1 ตุลาคม พ.ศ.2452 จึงโอนสังกัดมาขึ้นตรงกรมเสนาธิการ กระทรวงกลาโหม  ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก และต่อมาเมื่อมีการแยกงานของกรมเสนาธิการ กรมแผนที่จึงมีฐานะเป็นหน่วยราชการขึ้นตรงต่อกองทัพบก  นับแต่นั้นมาเป็นเวลา 54 ปี  ชื่อของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงหลายครั้งระหว่างกรมแผนที่  กรมแผนที่ทหาร และกรมแผนที่ทหารบก  การแบ่งส่วนราชการภายในก็มีการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะหลายคราวตามลักษณะงานที่ซับซ้อนขึ้นโดยลำดับสืบมา

ช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2452 – 2506 เป็นระยะที่กิจการแผนที่ของไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว  กรมแผนที่ได้ทำหน้าที่พื้นฐานของความเจริญด้านนี้โดยตรง  แม้จะได้มีการตั้งหน่วยราชการที่ทำแผนที่ขึ้นอีก  เช่น  กรมรังวัดที่ดิน ใน พ.ศ.2453 กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ใน พ.ศ.2464 แต่ปรากฎว่าภารกิจของหน่วยงานเดิมก็มิได้ผ่อนเบาลง เนื่องจากความต้องการแผนที่เพิ่มพูนขึ้นตามลำดับ  ในชั้นเดิมแผนที่ที่ผลิตขึ้นใช้กลวิธีแบบโต๊ะราบ ซึ่งไม่สู้ทันกับความต้องการ  ต่อเมื่อ พ.ศ.2472 พลตรี พระยาศัลวิธานนิเทศ เจ้ากรมแผนที่ได้เรื่มทดลองการถ่ายรูปทางอากาศเพื่อทำแผนที่ขึ้นเป็นครั้งแรก  แต่กว่าจะได้ทำแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศกันอย่างจริงจัง  ก็เมื่อได้ตั้งองค์การทำแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศขึ้นใน พ.ศ.2493 และปรับสภาพเป็นกรมในปีถัดมา  เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากสหรัฐอเมริกา  โดยมีการเซ็นสัญญาข้อตกลงทำแผนที่ร่วมกัน  กิจการของกรมแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศดังกล่าวได้โอนเข้าร่วมกับกรมแผนที่ทหารบกในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2497 กรมแผนที่ทหารบก  จึงเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการผลิตแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศมาแต่บัดนั้น
ต่อมากระทรวงกลาโหมปรับปรุงโครงสร้างภายในครั้งใหญ่ใน พ.ศ.2506  โดยได้จัดตั้งกองบัญชาการทหารสูงสุด  ขึ้นเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างเหล่าทัพ  กรมแผนที่ทหารบกมีภารกิจต้องสนับสนุนทั้งหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม และกระทรวง ทบวง กรม อื่นๆ ด้วย จึงได้โอนย้ายมาสังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด  และเปลี่ยนชื่อเป็น “กรมแผนที่ทหาร”  มาจนกระทั่งปัจจุบัน  ส่วนสถานที่ทำการนั้นสำนักงานส่วนใหญ่ได้ย้ายจากอาคารที่ปากคลองตลาดมาตั้งอยู่  ณ  อาคารริมถนนบำรุงเมืองตอนต้น (ถนนกัลยาณไมตรีปัจจุบัน)  แทนที่โรงเรียนนายร้อยมัธยม  และกรมเสนาธิการทหารบก  นับแต่ พ.ศ.2474 ภายหลังโรงเรียนแผนที่จึงได้แยกไปตั้งอยู่ ณ อาคารเดิมของกรมแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศที่ถนนราชดำเนินนอก  และได้มีการสร้างคลังแผนที่ขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่ถนนลาดพร้าว เขตบางกะปิ เมื่อ พ.ศ.2512 และกองบินถ่ายภาพทางอากาศได้อาศัยพื้นที่บริเวณกองทัพอากาศดอนเมืองบางส่วน  ปัจจุบันจึงมีที่ทำการทั้งสิ้น  4  แห่ง ด้วยกัน

Thai (ภาษาไทย)


นิทรรศการเทิดพระเกียรติ ๘๔ พรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ณ ห้องแผนที่เทิดพระเกียรติ
กรมแผนที่ทหาร

 


พระบรมฉายาลักษณ์ในอดีต
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินกรมแผนที่ทหาร

 

พระบรมฉายาลักษณ์ในอดีต
ที่พลเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรมแผนที่ทหาร


บทเพลงเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

 

วีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์
ประวัติความเป็นมา
และบทบาทหน้าที่
กรมแผนที่ทหาร

 

 

กรมแผนที่ทหาร
ร่วมเดินทางไปชี้แจงข้อมูล
และรับฟังการแถลงทางวาจา
หรือ Further Oral Explanations
ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

เมื่อ ๑๕-๑๙ เม.ย. พ.ศ. ๒๕๕๖

 

ชมรมศิษย์เก่า จปร.
เหล่าทหารแผนที่

 

 

บันทึกการสำรวจและบุกเบิกในดินแดนสยาม
เจมส์  แมคคาร์ธี
(พระวิภาคภูวดล  เจ้ากรมแผนที่คนแรก)

 

 

ข้อมูลอักขรานุกรม (Gazetteer)

 

หนังสือ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดย พลโทแผ้ว แผ้วพิษากุล อดีตเจ้ากรมแผนที่ทหาร

หนังสือ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย”
โดย พลโทแผ้ว แผ้วพิษากุล
อดีตเจ้ากรมแผนที่ทหาร

พื้นที่ครอบคลุมภาพถ่ายเชิงเลข

ข้อมูลด้านการบริการ
พื้นที่บินถ่ายภาพทางอากาศ
ด้วยกล้องถ่ายภาพทางอากาศเชิงเลข
ของ ผท.ทหาร

 

 

ระบบสั่งซื้อภาพถ่ายทางอากาศ

 

 

 

แนวทางป้องกันและแก้ไข
การก่อการร้ายของสมาคม
ความมั่นคงปลอดภัย
แห่งประเทศไทย

 

 

 

PowerPoint Template